個人檔案K : O : B - B : A : K : ...相片部落格清單更多 工具 說明

bok kob

職業
興趣
คนเราเกิดมาทำไม เกิดมาเพื่ออะไร
เมื่อไร เราจะรู้จุดมุ่งหมาย และเข้าใจตนเองซักที
第 1 張 / 共 4 張

K : O : B - B : A : K : A

ล่องลอยไปในอวกาศ
21 June

กลับมายืนที่เดิม

เพลง คริสตินา อากีล่าร์
 
*กลับมายืนที่เดิม
ที่ ที่เคยคุ้นตา
ที่ ที่ใจนั้นคอยเรียกหา
เฝ้าคิดถึงวันที่ผ่านไป
 
ที่ ที่เคยพบเธอ
ที่ ที่ยังฝังใจ
กลับมาตามหาความสดใส
ที่ยังเหลือพอให้จดจำ
 
*กวาดตามอง
ไม่พบเธอตรงที่เก่า
ถึงแม้วันนี้เงียบเหงา
แต่ยังดีใจที่ได้มาเยือน
 
*กลับมาคราวนี้
เพื่อมาทวงความฝันคืน
สูดความฝันให้ชื่นใจ
ยาวนานเหลือเกิน ที่ฝันจางหายไป
ในหัวใจยังทวงถาม
 
* กลับมาคราวนี้เพราะหัวใจมันขอมา
ให้ตามหาความทรงจำ
**ปล่อยใจตัวเองให้มันชื่นฉ่ำ
กับความทรงจำที่เคยมี
 
อ้อ ชื่อเพลงคือ "หัวใจขอมา"
3 June

ชีวิต จืดๆ วันหยุด

วันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ที่พยามยาม ตัดตัวเองออกจาก งาน (อินเตอร์เน็ท)
ชีวิต เลยโหวงๆๆๆๆๆ พิกล มากๆ
วันเสาร์ เลยนึกไม่ออกว่าจะทำอะไร หรือดูทีวีช่องไหน (เพราะทุกที ดูตามที่คนอื่นเปิด และกดรีโมท)
ก็เลยทำงานต่อจนเย็น
แล้วก็กลับบ้านกลับช่อง
วันอาทิตย์ ก็นั่งๆ นอนๆ เก็บหนังสือเก่าเข้าตู้ ก็ไปเจอ หนังสือพอคเก็ตบุค สมัยเรียนมหาวิทยาลัย หยิบมาอ่านซิ
เป็นพวกหนังสือ กลอนเปล่า บ้าง
กลอนแปล จากญี่ปุ่นบ้าง (จำได้ว่าตอนนั้น อยากเป็น อิลลัสเตรเตอร์ ทำภาพประกอบ บทกวี นี่แหละ สบายใจดี
ภาพวาดมันฝันๆ เหมือนกำลังเสพยาเลย(มั้ง-ไม่เคย) อยู่ในโลกของตัวเอง)
แล้วก็ "ชูมาน" ของพิบูลย์ศักดิ์ ละครพล
จำได้ว่า ตอนอ่านทีแรก ของเพื่อน เขาอ่านแล้ววางไว้ เราก็หยิบมาอ่าน แล้วก็ติด วางไม่ลง
จนไปซื้อมาเก็บไว้ เพราะภาพประกอบเขาเอาหลายๆ ภาพสีน้ำของ โอตะ มาใช้ด้วย
เป็นนวนิยาย ที่อ่านแล้ว ได้กลิ่นของ สถานที่ (เชียงใหม่) ได้กลิ่นเมือง กลิ่นแม่น้ำ ดอกไม้ และดนตรี ชอบนะ
มันอาจจะเหมาะเอามาทำหนัง นิ่งๆ เรียบๆ อย่างหนังญี่ปุ่น เกาหลี หลายๆ เรื่องเลย
 
ภาพตัวอย่างผลงาน โอตะ เคอิบุน Ota Keibun おおた慶文


ภาพจาก http://www.jpqueen.com/onlineshop/pranking.asp?INCATE=371
(เราซื้อไว้หลายเล่มอยู่)
http://www.amazon.co.jp/s/ref=nb_ss_b/503-9132388-4055120?__mk_ja_JP=%83J%83%5E%83J%83i&url=search-alias%3Dstripbooks&field-keywords=%82%A8%82%A8%82%BD%8Cc%95%B6+

 
ตอนเย็น ออกกำลังกาย ปั่นจักรยานครึ่ง ชม. ปลูกต้นไม้ (ข่อย ชาฮกเกี้ยน มั้ง) อยากให้มันโตๆ แล้วตัดเป็นทรงเหลี่ยมๆ
 
ในหนึ่งวันมีอะไรทำตั้งหลายอย่าง แต่เบื่องานที่เคยทำมาร่วมสิบปี ยังไงพิกล ไม่อยากเปิดคอมเลย
ชีวิต มันแปลกๆ นะ มันขาดๆ อะไรไปไม่รู้
พยายามทำเหตุการณ์ตรงหน้าให้ดีที่สุดก็แล้วนะ มันดูล่องลอย
ยิ่งไม่เปิดคอมทำงาน ยิ่งดูไม่เป็นแก่นสารไงก็ไม่รู้น่ะ
เหมือนทำอะไรๆ ก็ไม่สำเร็จซักอย่าง
 
ก่อนหน้านี้ก็มีงานเร่งด่วนเข้ามา คือหน้าเว็บ ไมโครไซท์ ของ กีฬามหาวิทยาลัยโลก บางกอกยูนิเวอสิเอท ก็สนุกดี เอานุคไปติด เร่งมากๆ แต่ก็ทำได้

24 May

เพื่อนสิงคโปร์ การอบรม พาไปกิน เราซื้อหนังสือ(เหมือนเดิม)

ตั้งแต่เย็นวันจันทร์ อังคาร พุธ เทรนนิ่ง เกี่ยวกับระบบเว็บ การจัดเก็บลงดาต้าเบส
ฟังแล้วให้มึนงง กับขั้นตอนอันวิจิตรพิสดารพันลึก ซับซ้อนจัง
คนเทรน คือ Mei มาจาก สิงคโปร์ ไม่ได้เจอกันมาสี่ปี ก็ดูเธอเด็กลง ผอมเพรียว สวยงามดังเดิม
อบรมแถว เซ็นทรัลเวิร์ล กลางวันก็โฉบไปเอเซียบุ้ค ได้หนังสือมาอีกแล้ว สามเล่ม (สงสัยไม่ควรโฉบไปบ่อย)

 
 
http://www.asiabooks.com/browse/bookinfo.aspx?ProID=9781405311960

สองเล่มแรก เพิ่งมาส่งที่ร้านเขาช่วงเช้า เราไปซื้อตอนบ่าย กว่าจะเอาหนังสือเข้าระบบ แล้วคิดตัง เลยต้องรอนานหน่อย

จริงๆ นอกจากงานแล้ว ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อ (ทางอีเมล) กับ เมย์ ซักเท่าไร ดูเธอเขียนไม่เยอะ ก็เลยไม่ค่อยได้รู้จักกันนัก
คราวก่อนที่เราไปสิงคโปร์ เขาก็ไม่ได้มาเจออะไร
ครานี้เธอมาเทรนนิ่ง (อยู่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก) เราก็พาเที่ยวซะหน่อย
ส่วนใหญ่ก็แค่พาไปทานอาหาร (เพราะเขานิยมชิม กับช้อป)
ได้ขึ้น ใบหยก 2 อาหารบุฟเฟต์ หัวละ สี่ร้อยกว่าบาท กับอีกภัตตาคาร ห้าร้อยกว่าบาท ก็นับว่าโอเค ยังสามารถขึ้นไปชมวิวยอดตึกได้ด้วย สวยงาม
คนไทยเอง (สามคน) ก็ไม่เคยขึ้นใบหยก เหมือนกัน ฮา

วันที่สอง ก็ไปกิน ส้มตำนัว ในสยามสแควร์

วันที่สาม ก็ไป นวดไทยแถวบางลำพู เดิน-กินข้าวที่ถนนข้าวสาร(ไม่เคยไปเหมือนกัน) ขับรถวนดูวัดพระแก้ว เสาชิงช้า (ฝนตกฟ้ามืด มองไม่ค่อยเห็นหรอก)
จบสามวัน ที่ได้เรียน กิน เที่ยว

เมย์ เองก็ซื้อ ชอคโกแลต เป็นการขอบใจ ที่พาเที่ยว
เราก็ซื้อหนังสือเกี่ยวกับ ที่มา อาหารไทย


AUTHENTIC RECIPES FROM THAILAND

http://www.amazon.com/Authentic-Recipes-Thailand/dp/079460210X/ref=sr_1_1/002-4969804-1516015?ie=UTF8&s=books&qid=1179981321&sr=1-1

จริงๆ ก็อยากซื้อเล่มที่เป็นภาพรวมของเมืองไทยนะ
ยังอยากได้เองเลย หนังสือสวย คล้ายๆ ของดีเค
แต่ว่า เอาหนังสือแบบ บีกินเนอร์ ก่อนละกัน เพราะเรื่องเมืองไทยด้านอื่นๆ ถ้าคนไม่นิยมเที่ยว ก็คงเฉยๆ

7 May

Web Design

หนังสือเครือ icons

 
1)  9783822840412 Web Design Best Studios : Französ.-Engl.-Dtsch. (ICONS)  Ed. by Julius Wiedemann TASCHEN VERLAG
2)  9783822830109 Web Design: Studios Vol.2 : Engl.-Dtsch.-Französ. (ICONS)  Hrsg. v. Julius Wiedemann TASCHEN VERLAG
3)  9783822840436 Web Design Portfolios : Dtsch.-Engl.-Französ. (ICONS)  Hrsg. v. Julius Wiedemann TASCHEN VERLAG  
4)  9783822840559 Web Design: E-Commerce : Dtsch.-Engl.-Französ. (ICONS)  Hrsg.: Julius Wiedemann TASCHEN VERLAG  
5)  9783822849583 Web Design: Music Sites : Dtsch.-Engl.-Französ. (ICONS)  Ed.: Julius Wiedemann TASCHEN VERLAG
6)  9783822840474 Web Design: Flash Sites : Dtsch.-Engl.-Französ. (ICONS)  Ed.: Julius Wiedemann TASCHEN VERLAG  
 
 
รูปเล่มเกือบพ้อคเก็ตบุ้ค เล่มละ สี่ร้อยบาทเศษๆ
อเมซอนขาย 9.99$ ไม่มีลดราคาเลย
29 April

มันเบื่อๆ พิกล

กินข้าวเหนียวมะม่วง ก็ชอบอะนะ แต่คงกินเยอะไป มันๆ หวานๆ เลี่ยนๆ แน่นท้อง
อยู่ดีๆ ไวเลสแลน ในเครื่อง ก็เสียซะงั้น
เอาไวเลสยูเอสบี มาติดตั้ง คราวนี้รวนหนัก
รีสโตร์อยู่นานชาติ หลายครั้ง ยังดีที่มันกลับคืนมา
แต่มันเซ็งๆ ชอบกล
อยากนอน
เบื่อๆ ไม่อยากทำอะไรเลยยยยยยยย
 
- ซอร์สโค้ด ที่เขียนผิดพลาด ตกหล่น เฮ้อ
- ส่งอีเมลเรื่องงาน แต่ไม่ค่อยนิยมเปิดอ่าน แล้วจะรู้ได้ไง ว่างานไหนด่วน ไม่ด่วน ก็เล่นไม่เปิดอ่านเลย
- โปรแกรมเมอร์ ที่มีอัธยาศัยสุดพิเศษ หลายคน จนเราสงสัยว่า จริงๆ แล้วตัวเราเองหรือเปล่า ที่เพี้ยน
 
อยากคุยอะไร อยากคุยกับใคร? "ไม่มี" คือนึกไม่ออกจะคุยอะไร และก็ไม่ได้อยากคุยกะใคร
บางทีมันเป็น ความวังเวง ในใจตัว ที่แม้จะมีคนรายรอบแค่ไหน ก็เบื่อ
 
อยากทำอะไร?
อยากไปเที่ยว
ใครจะไป ไหนต่อไหน กับเราได้บ้างล่ะ?
มันคงเป็นเรื่องของจังหวะ และโอกาสจริงๆ เลย (อายุก็เท่านี้แล้ว)
ถ้างั้น ผู้ชายบ้านๆ คนนี้หนึ่งคน ในชีวิตประจำวัน เราต้องการอะไรกันแน่?
25 April

Project 20 วัน

  
เข้าเว็บบอร์ด คณะ
คุยกะรุ่นน้อง ไปๆ มาๆ ได้ทริป อิตาลี-สวิส (- ลิกเช็นสไตน์)
20 วัน
อยากไปนะ เป็นความใฝ่ฝันอย่างหนึ่งเลย (เที่ยวรอบโลก) แม้จะต้องใช้เงินตัวเองก็เถอะ (ยี่สิบวัน หลักแสน แหงๆ )
แล้วก็มากังวล ว่าหายไปได้เหรอ ยี่สิบวันแน่ะ
ทำไม จะไม่ได้ล่ะ ทำไมต้องผูกติดกับงานขนาดนี้ ทำไมเราตัดสินใจกับชีวิตเราเองไม่ได้ พักผ่อน 20 วัน ในที่ๆ อยากไป
อยากให้มันเหมือนกับ สะพายกระเป๋านั่งรถไปทำงาน หรือเดินเข้าห้องน้ำน่ะ แบบว่าง่ายๆ ไม่ต้องขออนุญาตใคร
แต่ในความเป็นจริง ก็คงต้องเคลียร์หลายๆ อย่างให้เรียบร้อย
 
โปรเจ็คนี้ อีก 6 เดือน
ไปราวๆ ปลายเดือน ตุลา-พฤศจิ
เตรียมให้พร้อม เก็บเงิน ฟิตร่างกาย เคลียร์งาน
แล้วไปให้ได้ ไม่งั้นจะไม่มีแรง และเงินแล้ว
ยังจะไปอีกหลายประเทศ ฝรั่งเศส ลูฟว์ เยอรมัน ออสเตรีย สเปน ฯลฯ
 
ได้ทยอยซื้อหนังสือ อันเป็นที่รักมาชม
หนังสือในเครือ ดีเค เนี่ย จัดรูปเล่มสวยงาม อิลลัสเตรทก็ขยันวาด มีภาพตัดส่วนเห็นโครงสร้างภายในอาคารด้วย
ตอนนี้ ก็คงซื้อ เล่ม อิตาลี โรม สวิส เท่านี้ก่อน เพราะหลายตัง ที่เหลือหายืมเพื่อนมาดู
กลับมาแล้วถ้าชอบยิ่ง ก็หาซื้อมาอีก หรืออาจจะเจอเล่มที่ดีกว่า ในพิพิธภัณฑ์ ก็เป็นได้
ภาพหนังสือจากเว็บดีเค http://us.dk.com/nf/Browse/BrowseStdPage/0,,220418,00.html
 
เราต้องทำ โปรเจ็คนี้ให้สำเร็จสิน่า อีกตั้ง 6 เดือน ต้องทำได้
 
ปล. นานมี ได้ซื้อลิขสิทธิ์ ท้อปเท็น ในเครือ ดีเค และกำลังแปลขาย 15 เล่ม ขอให้ออกมาเร็วๆ น่าสะสมมากครับ
  1. ฮ่องกง  (ออกแล้ว)
  2. ลอนดอน ***
  3. โรม   (ออกแล้ว) ซื้อแล้ว
  4. นิวยอร์ก  (ออกแล้ว)
  5. ปารีส ***
  6. เวนิส  ***
  7. ซิดนีย์
  8. ปราก
  9. เวียนนา ***
  10. เอเธนส์ ***
  11. TOP10 - Beijing
  12. TOP10Budapest
  13. TOP10Madrid
  14. TOP10 - Tuscany ***
  15. TOP10 - Vancouver & Victory

Print Regional Design Annual 2006

ในที่สุด ก็ได้มา

 
แต่กว่าจะได้ ยากเหลือเกิน
ทีแรก ก็รอซื้อจากเอเซียบุ้ค ตามปกติ ทุกปี
แต่ปีนี้ ไม่ยักกะมาซักที เลยเวลาไปมากแล้ว เทียวไปถามที่ร้านก็ไม่มาสักที
ในอเมซอน ก็ไม่มีขาย คิโนะทั้งในและต่างประเทศ ก็ไม่มี
เมลถามก็ไม่มี
 
ถามไปที่ ปรินท์เอง เขาบอกว่า
out of stock อะไรกัน! หมดได้ไง?
อีเมลถามไปใหม่ ว่าจะรีปรินท์ไหม หรือมีเหลือสักเล่มให้เราไหม
no reprint
คราวนี้เลยลุกลี้ลุกลนเลย เพราะมันคงหมดแล้ว หรือว่าปีนี้พิมพ์น้อยลงมหาศาล?
เพราะทุกปี จะส่งออกขาย ทั่วไป (เฉพาะเล่มพิเศษนี้น่ะ)
 
เซิชตามเว็บต่างๆ ก็หาแทบไม่ได้เลย (เหลือเชื่อไหม จากที่เคยขายเวิร์ลไวด์ ตอนนี้หาแทบไม่ได้)
จนโชคดีไปเจอที่ Journalism Education Association JEA Bookstore

39 ดอลล่าร์ ค่าส่งตปท อีก 5 ดอลล ก็ถูกน่ะสิ ไม่รอช้า รีบสั่งโดยพลัน

ปรากฏว่า ส่งมา ตปท คิดเพิ่มอีก ราคาเท่าหนังสือเลยอะ ส่งมาโดย fed ex
หนังสือ 39.00+ค่าส่ง 39.15 รวมแล้ว 2791.06 บาท (แพงกว่าทุกปีเยอะเลย ด้วยความอยาก)
วันนี้ ก็ได้หนังสือแล้ว เร็วดี ดีใจ เหมือนของสะสมเลยน่ะ
ได้มาพร้อมกับหนังสือจาก อเมซอน อีกสามเล่ม
ดีใจ ดีใจ ดีใจ

  
เซทนี้จากอเมซอน รอนานมาก ร่วมเดือน

Order Placed: March 24, 2007
Shipped on April 4, 2007 
มาถึง 25 เมษา

 


26 January

วัดร่องขุ่น เชียงใหม่

ด้วยสีขาวของตัวอาคารทั้งหลัง ตัดขอบด้วยกระจกเงา ช่วยให้เกิดความวิจิตร และเส้นขอบที่ชัดเจน สะท้อนแสงเปลี่ยนแปลงไปตามมุมที่มอง
ดูรายการที่ อ.เฉลิมชัย มาออกก็หลายหน
ซื้อหนังสือของ อ. ก็หลายเล่ม ที่ฝากเขาซื้อจากวัดก็มี
อยากไป
ในที่สุด เมื่อไปทำงานที่เชียงใหม่ จึงรีบหาโอกาส ต่อรถไปให้ถึงเชียงรายให้ได้
 
ปรากฏว่า น้อง (ลูกน้า) ไปตั้งต้นชีวิต ขายสลัดผัก หน้า มช. กับแฟน
เขากับแฟนเลยปิดร้านหยุดงาน ขับรถพาเที่ยว
เราก็บอกว่าอยากไป วัดร่องขุ่น อย่างเดียว ที่อื่นก็แวะตามใจเขากะแฟน (แวะ ดอยตุง กับน้ำพุร้อนเวียงป่าเป้า กับ ไนท์ซาฟารี)
 
ก็ได้ชมวัดสมใจ กว่าจะถึงวัด ก็ร่วมเที่ยง
น้องเขาค่อยๆ ขับ ปลอดภัยไว้ก่อน
อ. มาประกาศทางไมค์ เรื่องคนลืมของหายด้วย
ถือว่าโอกาสดี ที่ได้ยินเสียงอาจารย์
ซื้อหนังสือไปอีก 2 เล่ม (เพื่อนฝากซื้อ 1500 บาท, ซื้อเองเล่มเล็กหน่อย 500 บาท)

ฟุ๊ตซี่ วิลโล่

 

เห็นประดับตามบ้านคนอื่นเขา เป็นกิ่งไม้ ที่สวยงาม
มีตุ่มคล้ายๆ ปุยนุ่น ติดอยู่เหมือนของปลอม แล้วมันก็คงสภาพอยู่อย่างนั้น นานมาก
จนไปเห็นขายที่ น้ำพุร้อนเวียงป่าเป้า เชียงราย
คนดอยขายเองเลย พูดไม่ค่อยชัด
เขียนบอกชื่อต้นไม้ และบอกสรรพคุณว่าอยู่ได้ 1-2 ปี ทนดีแฮะ
กำละ 40-50 บาท (ขึ้นกับความยาว)
ต่อราคา 3 กำ 100
 
เอามา 6 กำ ว่าแต่ว่า ขึ้นเครื่องมายังไงล่ะนั่น? ตอนซื้อก็ไม่ทันคิด
ถามกราวนด์แล้ว เขาว่าขึ้นได้ ก็เลยจัดการซะ
ตอนรับกระเป๋าจากสายพาน คอยจนหมด ก็ไม่มีวี่แวว
เดินไปถาม เขาบอกว่า เด๋วพนักงานเอาขึ้นมาให้ (มันยาวเกินสายพาน)
สภาพดีครับ กลับมาใส่ตุ่มที่บ้านได้
 
ภาพที่อัพโหลดแนบมาด้วยนี้ มี
- ภาพ ออเดิฟ ที่ร้านอาหารบน ดอยตุง (สวนแม่ฟ้าหลวง) เห็ดฮังการี่ ทอดกรอบ อร่อยติดใจ หาโอกาสชิมให้ได้ล่ะ
- ภาพบรรยากาศร้านอาหาร ผ้าสแล็นสีม่วง กับ ตุงสีทอง (บนดอยตุง)
- กิ่งฟุ๊ตซี่ กับ สปาน้ำพุร้อน กำลังก่อสร้าง หน้าตาเหมือน นครวัดเลย ที่ เวียงป่าเป้า นั่นแล

Won't Be Long

เขียนต่อ จากอันที่แล้ว
พูดเรื่องเพลง ตอนนี้ที่ฟังลูปบ่อยๆ ก็เพลง Won't Be Long
ร้องโดย Exile กับ Koda Kumi
ได้รู้จักโดยบังเอิญ นั่งทำงานแล้วเปิด เอ็มทีวี (จีน) เขาก็เปิดเพลงนี้
ตาไม่ได้ดูหรอก หลายสิบเพลง แต่เพลงนี้มีอะไรเรียกให้สนใจไม่รู้
ท้ายๆ เพลงนั่นแหละ ถึงเบิ่งไปมอง ว่าเพลงอะไร ใครร้อง
ก็เห็นเขียนป้ายไฟ EX & Koda ก็หาบิด โดยพลัน ได้ทั้งเอ็มวี กับเอ็มพีสาม
แด๊นซ์ กันกระจาย ขนาดนั้น ทำนองเร็กเก้นิดๆ มันดึงให้สนใจได้ดีเลย
 
แอบเอาลิ้งค์มาปล่อย
ดูดไปดู และฟังละกัน เสียงร้องเข้าคู่ได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ สุดยอด
 
ต่อ.. เรื่องสไลด์โชว์
ใช้ เพลง Top Gun Anthem (โดย Harold Faltermeyer & Steve Stevens)
เพลงประกอบเรื่อง ท้อปกัน
 
จริงๆ จะใช้เพลง Thailand ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เหมือนกัน จากเรื่อง Stealth
แต่ลูกค้าบอกว่า (ขึ้นต้น) มีเสียงสวดเหมือนพระ ไม่เอา
เราก็คิดว่า เปิดภาพด้วย พระอาทิตย์ ขึ้น เริ่มทำงาน ให้บรรยากาศไทยๆ  เพราะเป็นงานต้อนรับลูกค้า
และ คนต่างประเทศ ในบรรยากาศไทยล้านนา ที่เชียงใหม่
ไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องตัดให้สั้น ก็เหลือใช้สองเพลง คือ ท้อปกัน กับ เฮว็น-วิว-ไอ-ซี-ยู-อะเกน
 
ตอนนี้ก็เลยฟังลูป สี่เพลง
อีกเพลงคือ
Love Theme From Flashdance (โดย Helen Saint John)
เพลงบรรเลงที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศ เลิฟซีน ได้ดีเชียว
 
ได้มีเวลา พินิจพิเคราะห์ ทั้งสี่เพลง สุดแสนไพเราะ